จุดเสี่ยงแบรนด์ใกล้ตาย
การทำธุรกิจย่อมมีทั้งขาขึ้นและขาลง
บางเทศกาลแบรนด์ของเราอาจจะขายดีแต่แบรนด์ของคู่แข่งอาจจะขายได้ไม่ดี
หรือบางช่วงเราขายได้ไม่ดี แต่แบรนด์ตคู่แข่งขายดีเป็นเทน้ำเทท่า
เพราะปัจจัยหนึ่งอาจขึ้นอยู่กับกลไกตลาดโลกที่ย่อมเปลี่ยนแปลงไปอยู่เสมอ
มีทั้งการตลาดขึ้นลง เศรษฐกิจผันผวน
หรือประชาชนลดกำลังซื้อลง แต่เจ้าของแบรนด์บางคนก็มีการปรับตัวได้ทันเวลา
เช่น ไปสัมมนา
สร้างแบรนด์ หรือวิเคราะปรับตัวเลขต่างๆ ทำให้ธุรกิจของตัวเองฟื้นกลับมาทรงตัวอยู่ได้
แต่บางคนนั้นกลับไม่ปรับตัว และไม่มองถึงจุดเสี่ยงจนประสบปัญหาด้านธุรกิจขาดทุน สินค้าขายออกช้า สต๊อกสินค้าเสียหาย
และกลายเป็นว่าไม่ประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจในที่สุด
ดังนั้นเรามาดูกันดีกว่าว่า จุดเสี่ยงแบรด์ใกล้ตายนั้นมีอะไรบ้าง
1.
ขยายฐานลูกค้าไม่ได้
เป็นสัญญาณที่เด่นชัดมากว่าเราเริ่มจะมีปัญหาในเรื่องยอดขาย
นอกจากนี้การวิเคราะห์ตัวเลขลูกค้ายังเป็นสิ่งที่นักธุรกิจจะต้องทราบด้วยว่าแต่ละเดือนมีลูกค้าเพิ่มขึ้นหรือน้อยลงเท่าไร
มีเงินมาหมุนมากน้อยแค่ไหน ผลตอบรับดีหรือไม่
เพราะผู้บริโภคนั้นมีส่วนขับเคลื่อนธุรกิจเป็นอย่างมาก
ดังนั้นหากใครที่ต้องการจะสร้างแบนรด์เป็นของตัวเองแล้วล่ะก็คุณจะต้องรู้จักลูกค้าให้มากขึ้นด้วย
2.
โปรโมชั่นที่ไม่ตื่นเต้น
แน่นอนว่าลูกค้าส่วนใหญ่ตื่นเต้นกับการมีโปรโมชั่นต่างๆ
เพราะนั่นหมายถึงการลดราคาสินค้าให้อยุ่ในเกณฑ์ที่พวกเขาต้องการ แต่ถ้าหากโปรโมชั่นของแบรนด์คุณที่ได้ทำมานั้น
ไม่ได้ทำให้ลูกค้ารู้สึกตื่นเต้นแล้วล่ะก็
ควรกลับมาคิดดีๆก่อนว่าปัญหาอยู่ที่ไหนกันแน่ ระหว่างโปรโมชั่นไม่ตื่นเต้น
มีแต่ซ้ำๆ เดิมๆ แบรนด์ยังไม่ปัง สินค้าคู่แข่งตอบโจทย์ได้มากกว่า
หรือลูกค้ายังไม่มีทุนในการซื้อ
3.
ยอดขายนิ่งและเริ่มต่ำลง ซึ่งถ้าไม่รีบแก้ไขให้ได้เร็วที่สุด
ผลกระทบที่ตามมาคือเรื่องของการขาดเงินทุนที่จะนำไปหมุนเวียนแน่นอน ซึ่งเราจะต้องวิเคราะห์ข้อมูลอยุ่เสมอว่า
ลูกค้าซื้อของมากขึ้นหรือไม่ ลูกค้าลุ่มไหนที่เคยซื้อเยอะแต่มีปริมาณการสั่งซื้อน้อยลงเรื่อยๆบ้าง
4.
แบรนด์ตีตลาดไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าที่ออกมาใหม่ก็ตามก็ยังเจาะตลาดไม่ได้
อาจเป็นปัญหาในเรื่องวัตถุดิบหรือจุดเด่นที่อาจจะยังไม่ตรงกับความต้องการของลูกค้าในช่วงนั้นๆ
ดังนั้นวิธีสร้างแบรนด์ใหม่ควรนำเอาเทคนิกเล็กๆน้อยๆมาใช้ในการปั้นแบรนด์บ้าง
เช่น การสร้างกระแสให้บูม
ให้ข้อมูลที่เป็นกระแสแผ่ขยายออกไปก่อน และเริ่มลุยตลาดอีกครั้ง
ซึ่งน่าจะได้รับผลตอบรับที่ดีกว่าการเจาะตลาดแต่ไม่มีการไม่โปรโมทอะไรเลย


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น