คุณสมบัติของผ้าปูที่นอนโรงแรม
ขึ้นชื่อว่าธุรกิจโรงแรม
ย่อมหมายถึงสถานที่แห่งการพักผ่อน
ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง
เพื่อบริการนักธุรกิจ
หรือโรงแรมที่ตั้งอยู่ตามภูมิประเทศที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติก็ตาม ไม่ว่าเหตุผลในการเข้าพักโรงแรมของแขกแต่ละคนจะเป็นเช่นไร แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกคนต้องใช้บริการเหมือนๆกันก็คือการพักผ่อนนอนหลับ
และสิ่งที่เกี่ยวข้องกับการพักผ่อนที่สุดอย่างหนึ่งที่โรงแรมทุกที่ต่างก็ให้ความใส่ใจเป็นพิเศษก็คือผ้าปูที่นอนโรงแรมนั่นเอง
ผ้าปูที่นอนโรงแรมที่นิยมในเมืองไทยนั้นมีเนื้อผ้าที่ผลิตมาจากเส้นใยหลายชนิด
ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของสภาพภูมิอากาศและการตกแต่งของโรงแรมแต่ละที่
ซึ่งคุณภาพและผิวสัมผัสก็จะแตกต่างกันไปตามชนิดของเส้นใย ได้แก่
·
ผ้าฝ้าย (Cotton)
ผ้าฝ้าย คือ เส้นใยที่ได้มาจากธรรมชาติ 100
เปอร์เซ็นต์
ผ้าปูที่นอนที่ทอจากผ้าฝ้ายจะมีผิวสัมผัสที่นุ่มสบาย และไม่ทำให้รู้สึกร้อนหรืออับชื้น เพราะมักจะระบายอากาศได้ดี นอกจากนี้ยังมีความทนทาน
ผ้าปูที่นอนชนิดนี้จึงได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆของโรงแรมหลายๆที่
· ผ้าฝ้ายผสมใยสังเคราะห์ (Poly-cotton)
ผ้าฝ้ายชนิดนี้
แม้จะไม่ระบายอากาศได้ดีเท่าผ้าฝ้าย 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ก็มีข้อดีคือมีราคาที่ถูกกว่า และเกิดรอยยับได้ยากกว่า จึงได้รับความนิยมมากไม่ต่างกันเลย
· ผ้าซาติน (Satin)
คุณสมบัติเด่นของผ้าซาตินคือความเนียนนุ่ม เย็นสบาย
ผิวผ้าจะเรียบลื่นเป็นเงา
มีน้ำหนักและดูหรูหรา
มีราคาค่อนข้างสูง
· ผ้าไหม (Silk)
แน่นอนว่าเป็นเนื้อผ้าที่ให้ความรู้สึกหรูหรามาก เนื้อผ้าจะอ่อนนุ่มเป็นมันวาว แต่มีข้อเสียคือราคาแพง ซักรีดยากและค่อนข้างยับย่นง่าย นอกจากนี้ยังไม่ทนทานอีกด้วย
การนำมาใช้ทำผ้าปูนอนนั้นจะพบเห็นได้น้อยตามโรงแรมระดับ 5 - 6
ดาวขึ้นไป
ส่วนใหญ่มักจะใช้เพื่อการตกแต่งประดับประดามากกว่า
การเลือกผ้าปูที่นอนโรงแรมที่ดีที่สุดนั้น ไม่ใช่การใช้ผ้าปูที่นอนที่ทำมาจากเนื้อผ้าที่ดูหรูหราที่สุดหรือมีราคาแพงที่สุด แต่ต้องคำนึงถึงความเหมาะสมต่อการใช้งานและสภาพอากาศ
รวมถึงขนาดของที่นอนและงบประมาณในการบริหารจัดการโรงแรม ซึ่งแต่ละโรงแรมมักขอคำแนะนำเพิ่มเติมและติดต่อใช้บริการจากโรงงานหรือห้างร้านซึ่งจัดจำหน่ายผ้าปูที่นอนโรงแรมที่มีคุณภาพและน่าเชื่อถือได้

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น